จดหมายถึงบรรณาธิการ

วิภาส ปรัชญาภรณ์

ผมมีโอกาสรู้จักอาจารย์พัฒนาเป็นการส่วนตัวในช่วงเวลาที่ผมเข้าทำงานในฐานะนักวิชาการของศูนย์มานุษยวิทยาฯ ประมาณปี ค.ศ.2002 ก่อนหน้านี้ผมรู้จักอาจารย์พัฒนาผ่านตัวหนังสือในงานเขียนหลายชิ้นๆ ที่อาจารย์เขียนร่วมกับอาจารย์สุริยา สมุทคุปติ์ โดยเฉพาะงานเรื่องบุญบั้งไฟ ซึ่งเป็นเอกสารประกอบการอภิปรายในชั้นเรียนเกี่ยวกับแนวคิดพิธีกรรมวิเคราะห์และสัญลักษณ์หลักในพิธีกรรมของวิคเตอร์ เทอร์เนอร์ (Victor Tuner) โดยงานเขียนของอาจารย์พัฒนาและอาจารย์สุริยาเป็นตัวอย่างอันดีของการนำทฤษฎีดังกล่าวมาใช้ในการวิเคราะห์เชิงพิธีกรรมและสัญลักษณ์หลักที่ปรากฏอยู่ในงานบุญบั้งไฟ และสร้างบทสนทนาทางวิชาการกับงานชิ้นอื่นๆ

หลังจากเรียนจบและมีโอกาสในการทำหนังสือ คนใน (ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 1) ที่อาจารย์ปริตตา เฉลิมเผ่า กออนันตกูล เป็นบรรณาธิการ การอ่านต้นฉบับของอาจารย์พัฒนาทำให้ผมรู้จักที่มาที่ไป แรงบันดาลใจ ความสนใจและเครือข่ายทางวิชาการ และตัวตน (self) ของอาจารย์พัฒนามากขึ้น บวกกับบทสนทนานอกรอบในห้องทำหนังสือของคนที่รู้จักอาจารย์พัฒนาเป็นการส่วนตัว ที่พูดถึงความเป็นคนที่ช่างเขียน และใช้เวลาช่วงฤดูร้อนระหว่างที่ไปเรียนต่อต่างประเทศกลับมาเมืองไทย เพื่อเก็บข้อมูลในพื้นที่ทางภาคอีสานและผลิตงานอย่างสม่ำเสมอ

ในฐานะของคนทำหนังสือ ผมชื่นชมและนับถืออาจารย์พัฒนาในการทำหน้าที่เป็นบรรณาธิการ บุคลิกของอาจารย์ที่สุภาพ ถ่อมเนื้อถ่อมตัว เป็นมิตร หัวเราะง่าย และไม่เรื่องมาก อาจตรงกันข้ามกับการทำหน้าที่บรรณาธิการที่อาจารย์ละเอียดอ่อนกับคุณภาพทางวิชาการ โดยให้ความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และแหล่งอ้างอิงกับผู้เขียนในการปรับปรุงบทความเพื่อการตีพิมพ์ และสิ่งสำคัญที่น่าประทับใจที่ผมเห็นจากอาจารย์พัฒนา–ซึ่งทั้งก่อนหน้าและหลังจากนั้น ผมไม่เคยเห็นจากใครอีกเลย–คือ ความเด็ดขาดและความรับผิดชอบในฐานะบรรณาธิการ

อาจารย์พัฒนาตัดสินใจที่เก็บบทความบางบทความไว้ไม่ตีพิมพ์ ด้วยเหตุผลทางวิชาการ ในแฟกซ์ชี้แจงที่อาจารย์ส่งมาถึงผม (ซึ่งผมยังเก็บมันไว้จนถึงทุกวันนี้) ทำให้ผมรู้ว่าการตัดสินใจดังกล่าวเป็นเรื่องที่อิหลักอิเหลื่อและน่าลำบากใจเพียงใด เพราะนอกจากจะเป็นสิ่งที่ต้องแสดงเหตุผลและจุดยืนทางวิชาการที่ชัดเจนแล้ว การปฏิเสธดังกล่าวเป็นเสมือนการเป็นขบถต่อจารีตหลายๆ อย่าง ที่ทำๆ กันมาขององค์กรและการตีพิมพ์หนังสือในวงวิชาการไทย สำหรับผม สิ่งที่อาจารย์พัฒนาทำเป็นเรื่องที่น่านับถือ เพราะนอกจากจะเป็นความพยายามในการสร้างมาตรฐานทางวิชาการให้กับงานมานุษยวิทยาไทยแล้ว ยังเป็นการสร้างมาตรฐานของการเป็นบรรณาธิการหนังสือที่เป็นมืออาชีพ ที่สามารถให้ความเห็น ติติง และเสนอแนะ ที่เป็นประโยชน์สำหรับคนเขียนได้ ต่างไปจากขนบของการเป็น “บรรณาธิการ” ตามความเข้าใจโดยทั่วไปในวงการสิ่งพิมพ์วิชาการไทย การมีชื่ออยู่บนหน้าปกหนังสือในฐานะบรรณาธิการของอาจารย์พัฒนา หมายถึงความรับผิดชอบต่อมาตรฐานทางวิชาการของทุกบทความที่อยู่ในหนังสือเล่มนั้นๆ

หลังจากนั้น ผมได้มีโอกาสทำงานร่วมกับอาจารย์พัฒนาในการพิมพ์หนังสือ ท้องถิ่นนิยม การทำงานกับอาจารย์พัฒนาเป็นสิ่งที่คนทำหนังสือทั่วไปใฝ่ฝัน คือการมี mutual respect ระหว่างคนเขียนและคนทำหนังสือ และความเคารพในเรื่องความเชี่ยวชาญเฉพาะของแต่ละฝ่าย อาจารย์พัฒนาไม่เคยแสดงออกถึงช่วงชั้นของความรู้ของนักวิชาการกับความรู้และทักษะในการผลิตและจัดการของคนทำหนังสือ

ข่าวการจากไปของอาจารย์พ้ฒนา อาจจะไม่สะเทือนความรู้สึกมากเท่านี้ หากว่าในการสนทนากับอาจารย์พัฒนาหลังการบรรยายที่ธรรมศาสตร์เมื่อช่วงกลางปีที่แล้ว อาจารย์ไม่ได้แสดงให้เห็นถึงพลัง ความมุ่งมั่นในทางวิชาการ รวมถึงก้าวที่อาจารย์จะเดินต่อไปในโลกวิชาการที่กว้างใหญ่ ราวกับว่าความเจ็บป่วยไม่ได้ส่งผลกระทบต่ออาจารย์มากนัก

ผมเชื่อว่า งานเขียนที่มากมายของอาจารย์พัฒนาจะยังคงเป็นตัวแทนของอาจารย์ในบทสนทนาที่ไม่รู้จบของนักมานุษยวิทยาไทย แม้ว่า ณ ปัจจุบัน และในอนาคตข้างเราจะไม่มีโอกาสได้สนทนากับอาจารย์เป็นการส่วนตัวแล้วก็ตาม…

Copyright © 2017. All rights reserved.